บทสัมภาษณ์ นายเกียรติศักดิ์ ชัยโชติภูมินนท์ ผู้สอบผ่านทนายความ รุ่นที่ 61


อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้ตัดสินใจเรียนและประกอบอาชีพทนายความ
ความรู้นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ทุกคนไม่ว่าตั้งแต่เกิดจนถึงตาย ก็ต้องมีเรื่องของกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือเรื่องของรายได้อาชีพอิสระ มั่นคง และได้ช่วยเหลือคนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบในสังคมได้
ใช้วิธีการไหนในการเตรียมตัวสำหรับการสอบใบอนุญาตทนายความ
อ่านหนังสือเกี่ยวกับการสอบโดยตรงเช่นคู่มือฝึกทักษะของสภาทนายความ ฟังบรรยายกับสภาทนายความ ฝึกเขียนให้เกิดความเคยชินและจำ keyword สำคัญโครงสร้างของข้อสอบให้ได้เป็นหลักไม่ว่าจะเจอข้อสอบออกมาแบบไหนเราก็สามารถทำได้ และที่สำคัญการติวผมเลือกติวกับอาจารย์นาวิน ขำแป้นเป็นการส่วนตัวผ่านช่องทางออนไลน์ เพราะอาจารย์สอนได้กระชับเน้นเนื้อหาที่ออกข้อสอบทำให้เราได้ประหยัดเวลาในการอ่านหนังสือมากขึ้นครับ
พบความยากลำบากอะไรบ้างในระหว่างการเตรียมตัวสอบ และมีเทคนิคในการจัดการกับความเครียดและความกดดันระหว่างการสอบอย่างไร
ส่วนตัวผมมองว่าความยากลำบากในการเตรียมตัวสอบคือการไม่มีวินัยในตนเอง การผลัดวันประกันพรุ่งไม่ฝึกอ่านไม่ฝึกเขียนตั้งแต่เนิ่นๆ ไปฝึกอ่านฝึกเขียนในช่วงก่อนสอบ 5 หรือ 10 วันสุดท้ายแบบนี้คงสอบไม่ผ่านแน่นอนครับ ส่วนวิธีการจัดการความเครียดและความกดดันของผมคือการฟังธรรมะและทำสมาธิฝึกลมหายใจเข้าออกครับเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยได้ไม่ว่าจะเครียดตอนอ่านหนังสือหรือช่วงระหว่างรอทำข้อสอบให้หลับตากำหนดลมหายใจเข้าออกทำให้เรามีสมาธิมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หากเรามีสมาธิเราก็จะทำข้อสอบได้ทันทุกข้อครับ
หัวข้อไหนในการสอบที่รู้สึกว่าท้าทายที่สุด และรับมือกับมันอย่างไร
หัวข้อที่ผมรู้สึกว่ามีความท้าทายมากที่สุดก็คือในการทำคำฟ้องในคดีแพ่งด่านแรกเลยคือเราต้องอ่านโจทย์ที่ให้มา 1-2 หน้าซึ่งกรรมการก็จะมีวิธีการเขียนโจทย์ให้เราหลงประเด็นอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสถานะโจทก์จำเลยใครเป็นโจทก์ใครเป็นจำเลย ข้อหาหรือฐานความผิด หรือแม้กระทั่งทุนทรัพย์ การนับเวลา การคิดดอกเบี้ยตรงนี้เป็นปัญหาสำหรับผู้เข้าสอบมากครับถ้าเราไม่มีเทคนิควิธีการลัดสกัดเนื้อหาออกมาได้ เราก็ไม่สามารถทำคำฟ้องแพ่งได้ ผมถือว่าเป็นสิ่งสำคัญและท้าทายมากครับเพราะหลายครั้งผู้ที่สอบไม่ผ่านส่วนมากจะเสียเวลาไปกับการอ่านโจทย์และไม่สามารถสกัดเนื้อหาออกมาฟ้องได้ทันและอย่างถูกต้องครับ ถ้าเราเขียนบรรยายฟ้องแล้วฟ้องผิดธงกรรมการก็ต้องตัดคะแนนได้คะแนนน้อยมองว่าเรายังไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นทนายความได้ นั่นหมายความว่าเราต้องสอบตก และต้องสอบใหม่ครับ ในข้อฟ้องแพ่งนี้คะแนนสูงด้วยนะครับ และเป็นตัวชี้วัดว่าเรามีคุณสมบัติพอที่จะเป็นทนายความหรือไม่ ส่วนวิธีการรับมือของผมในข้อนี้ก็คือฝึกไล่ timeline หรือวันเวลาเกิดเหตุของโจทย์ที่ให้มาครับ ว่าเมื่อวันที่เท่าไหร่เกิดเหตุอะไรขึ้นใครทำอะไรและใครเสียหายอะไรเสียหายเท่าไหร่ให้จดเป็นลำดับเหตุการณ์และระบุวันที่ไว้ในกระดาษเปล่าแล้วไล่ลำดับเหตุการณ์ของเรื่องนั้นมาเป็นคำฟ้องอย่างถูกต้องครับ
ได้รับคำแนะนำหรือแรงสนับสนุนจากใครในระหว่างการเตรียมตัวสอบไหม
ก่อนสอบช่วงแรกๆผมได้เตรียมตัวด้วยตนเอง ต่อมาได้ค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับเรื่องของการสอบใบอนุญาตว่าความแต่ก็พยายามอ่านเองทำความเข้าใจเองมันช้ามากครับ จึงได้มีโอกาสพบเจอเว็บไซต์ของท่านอาจารย์นาวิน ขำแป้น ว่ารับติวสอบใบอนุญาตว่าความก็เลยติดต่อทาง line ของอาจารย์จึงตัดสินใจลงติวกับท่านอาจารย์ในภาคทฤษฎีรุ่นที่ 61 อาจารย์ติวให้เป็นการส่วนตัวทางออนไลน์และเสริมให้ในภาคปฏิบัติด้วย ทำให้ผมสามารถสอบผ่านในภาคทฤษฎีรุ่นที่ 61 และภาคปฏิบัติรุ่น 61 ในคราวเดียวกันครับ

มีวิธีการศึกษาหรือทบทวนเนื้อหาอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ และมีเคล็ดลับอะไรที่อยากจะแบ่งปันให้กับผู้ที่กำลังเตรียมตัวสอบใบอนุญาตทนายความ
วิธีการศึกษาและทบทวนเนื้อหาของผมคือการสกัดเนื้อหาของโจทก์ออกมาฟ้องครับ ให้จำโครงสร้างของแต่ละข้อให้ได้เช่นโครงสร้างของคำฟ้องในคดีแพ่งคำฟ้องในคดีอาญา คำร้องคำขอคำแถลงและการทำหนังสือสัญญาต่างๆจำหลักโครงสร้างให้ได้ครับรวมถึงท่องมรรยาททนายความให้ได้ตั้งแต่ข้อ 4 ถึงข้อ 18 โปรดจำให้ขึ้นใจไว้ว่าไม่มีอะไรง่ายครับแต่ก็ไม่มีอะไรยากเกินไปสำหรับคนตั้งใจหนึ่งคนที่จะทำผมเชื่อว่าหลังจากที่เราได้เตรียมตัวสอบกันมาระดับหนึ่งแล้วหลายท่านมีความรู้ติดตัวพอสมควรในการทำข้อสอบได้แต่ปัญหาของคนส่วนใหญ่คือขาดสมาธิตื่นเต้นจนทำให้อ่านโจทย์ไม่รู้เรื่องบวกกับเรื่องเวลาขณะทำข้อสอบก็หมดลงไปเรื่อยๆทำให้ทำข้อสอบไม่ทัน เคล็ดลับสำคัญในเรื่องนี้คือสมาธิเท่านั้นที่ช่วยได้ครับหายใจเข้าออกลึกๆในขณะทำข้อสอบและให้เข้าห้องสอบก่อนเวลานั่งหลับตาดูลมหายใจเข้าออกการมีสมาธิเท่านั้นที่สามารถทำข้อสอบได้ครับ
ประสบการณ์ใดในการศึกษาหรือการทำงานที่คิดว่ามีผลต่อการสอบใบอนุญาตมากที่สุด
ประสบการณ์ในการศึกษาผมมองว่ามีผลในการทำข้อสอบบ้างแต่ก็ไม่มาก เพราะหลายคนจบนิติศาสตร์มาแล้วหลายปีผมเชื่อว่าความรู้คงจะเลือนหายพอๆกันโดยส่วนใหญ่ ในการสอบใบอนุญาตว่าความมันอยู่ที่ว่าใครจะเริ่มต้นตั้งใจเรียนรู้มุ่งมั่นกว่ากันเตรียมตัวมากกว่าย่อมทำข้อสอบได้มากกว่า เตรียมตัวน้อยก็ทำข้อสอบได้น้อย ง่ายๆเลยครับไม่มีอะไรซับซ้อน หากตั้งใจจริงก็สอบผ่านได้ไม่ยากครับสำหรับคนตั้งใจ
เห็นความแตกต่างอย่างไรระหว่างการศึกษาในมหาวิทยาลัยและการเตรียมตัวสอบใบอนุญาตทนายความ
ส่วนตัวมองว่าความแตกต่างระหว่างการศึกษาในมหาวิทยาลัยกับการเตรียมตรวจสอบใบอนุญาตว่าความมันต่างกันตรงที่การศึกษาในมหาวิทยาลัยนั้นเป็นการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของพื้นฐานทางด้านกฎหมายซึ่งเป็นความรู้ที่นักกฎหมายควรมีติดตัวมาตั้งแต่ต้น ส่วนการเตรียมตรวจสอบใบอนุญาตว่าความนั้นผมมองว่าเป็นการเอาความรู้ที่เรียนมาในมหาวิทยาลัยมาใช้ในชีวิตจริงโดยผ่านวิธีคิดกลั่นกรองของผู้เข้าสอบว่าสามารถนำข้อกฎหมายนั้นมาปรับบทในการทำข้อสอบอย่างไรให้ถูกต้องตามธงคำตอบของสภาทนายความครับ
เคยลองสอบใบอนุญาตมาก่อนหน้านี้หรือไม่ และมีประสบการณ์อย่างไร
เคยสอบใบอนุญาตว่าความครั้งแรกรุ่น 59 รุ่น 60 ในการสอบรุ่น 59 รุ่น 60 สอบไม่ผ่านได้คะแนนอยู่ในระดับน้อยมาก จึงเก็บมาคิดวิเคราะห์ดูว่าทำไมถึงสอบไม่ผ่านจึงเห็นจุดบกพร่องของตนเองหลายจุดซึ่งหนึ่งในนั้นคือเทคนิควิธีการทำข้อสอบหากผมมัวแต่คิดเองก็คงสอบไม่ผ่านจึงตัดสินใจหาที่ติวจึงได้มาลงติวกับท่านอาจารย์นาวิน ขำแป้น จึงทำให้สอบผ่านในรุ่นที่ 61 ซึ่งเป็นรุ่นที่มีคนผ่านน้อยที่สุดรุ่นหนึ่งครับ ภูมิใจที่ได้ติวกับอาจารย์ครับ
คิดว่าอะไรเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สอบผ่านใบอนุญาตในครั้งนี้
ปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้ผมสอบผ่านในครั้งนี้ก็คือการมีวินัยในตนเองครับ หลังจากที่ได้ลงติวกับท่านอาจารย์นาวิน ขำแป้นแล้วผมก็เอาเทคนิคนั้นมาฝึกฝน และปฏิบัติเป็นกิจวัตรประจำวันครับฝึกเขียนท่องจำโครงสร้างของแต่ละข้อจนขึ้นใจ เจอข้อสอบชุดไหนมาสามารถทำได้หมดครับ

มีแผนอย่างไรหลังจากได้รับใบอนุญาตให้เป็นทนายความแล้ว
แผนการหลังจากได้รับใบอนุญาตให้เป็นทนายความของผมคือประกอบอาชีพทนายความแบบ full time ครับ เพราะผมรักและศรัทธาในอาชีพนี้มาก ทั้งยังได้ช่วยเหลือผู้คนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ และคิดว่าสามารถทำให้ผมมีรายได้ที่ดีและมีอาชีพอิสระอย่างมั่นคงครับ
คิดว่าคุณสมบัติหรือทักษะใดที่จำเป็นสำหรับการเป็นทนายความที่ดี
คุณสมบัติทักษะที่จำเป็นในการเป็นทนายความที่ดีของผมก็คือความรู้ในอาชีพทนายความอย่างแตกฉานนั่นหมายความว่าหลังจากสอบผ่านแล้วได้ใบอนุญาตให้เป็นทนายความ ไม่ได้จบอยู่เพียงแค่นั้น ผมจะต้องศึกษากระบวนการต่างๆ เช่น วิธีพิจารณาความแพ่ง วิธีพิจารณาความอาญาให้รู้อย่างลึกซึ้งรวมไปถึงกระบวนการดำเนินการในคดีความเรื่องต่างๆซึ่งเกิดขึ้นอยู่กับสังคมอย่างมากมายหลากหลายรูปแบบที่ผู้เสียหายได้รับ
มีความฝันหรือเป้าหมายในการทำงานด้านกฎหมายอย่างไรในอนาคต
ความฝันหรือเป้าหมายของผมในอาชีพทนายความก็คือมีอาชีพที่เป็นอิสระมีรายได้ที่ดีมั่นคง มีงานทำอยู่ที่บ้านกับครอบครัวโดยไม่ต้องเป็นลูกจ้างใคร เราสามารถกำหนดรายได้ของเราได้ตามความสามารถของเราเอง ถ้าเรามีความสามารถมาก ลูกความก็จะมาหาเรามาก และได้ให้ลูกๆ ได้สานต่อในอาชีพทนายความปลูกฝังให้มีความเชื่อมั่นและศรัทธาในอาชีพนี้ครับ

มีคำแนะนำอะไรสำหรับนักศึกษากฎหมายที่กำลังเตรียมตัวสอบใบอนุญาต
ผมอยากแนะนำน้องๆนักศึกษาที่กำลังเตรียมตัวสอบว่า อย่าคิดว่าท่านอายุยังน้อยไม่รีบร้อนหรือไม่ใส่ใจในการเตรียมตัวสอบไปสอบเล่นๆให้ผ่านๆไปแบบนี้ไม่แนะนำเพราะว่าหากน้องๆนักศึกษาตั้งใจทำแล้วสามารถสอบผ่านตั้งแต่ครั้งแรกที่สอบเลยก็จะได้เปรียบผู้ที่ยังสอบไม่ผ่านมาก เราสามารถมีรายได้ก่อนคนอื่นอย่างแน่นอน และให้มั่นใจว่าอาชีพทนายความมีความมั่นคงไม่ต่างจากอาชีพอื่นขอเพียงเรารักและศรัทธาในอาชีพ ซื่อสัตย์สุจริตกับลูกความเพียงเท่านี้เราก็อยู่ในจุดนี้ได้อย่างมั่นคงและมีเกียรติครับ
คิดว่าองค์กรหรือสถาบันที่คุณเรียนหรือฝึกงานมีบทบาทอย่างไรในการเตรียมตัวสอบ
สถาบันที่เรียนมีผลกับการสอบมากพอสมควรครับหากสถาบันนั้นมีการสอนที่เข้มข้นและเน้นความรู้ความสามารถของผู้เรียนจริงๆ ก็ย่อมส่งผลให้มีผลที่ดีในการเตรียมตัวสอบใบอนุญาตว่าความแน่นอนเพราะพื้นฐานดีก็มีชัยไปกว่าครึ่งครับ
มีการปรับตัวหรือเปลี่ยนแปลงวิธีการเตรียมตัวสอบอย่างไรเมื่อรู้สึกว่ามันไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
ข้อนี้สำคัญมากครับการปรับตัวและการเตรียมตัวสอบหลายคนรู้สึกผิดหวังเมื่อสอบไม่ผ่านแล้วก็ล้มเลิกความตั้งใจแต่ส่วนตัวผมนั้นมองว่าการสอบไม่ผ่านมันเป็นประสบการณ์ที่ดีในการที่เรามาเตรียมตัวสอบใหม่โดยรู้จุดบกพร่องของตนเองและแก้ไขจุดบกพร่องนั้นให้ได้เพื่อเตรียมตัวสอบผ่านครับ
คุณคิดว่าบทบาทของทนายความมีความสำคัญอย่างไรในสังคมและคุณอยากจะมีส่วนร่วมในบทบาทนั้นอย่างไร
บทบาทความสำคัญของทนายความในสังคมมีสูงมากเนื่องจากทนายความเป็นบุคคลที่มีความรู้ด้านกฎหมายเพราะฉะนั้นแล้วถ้าทนายความมีคุณธรรมมีจริยธรรมเป็นคนดีสังคมก็จะน่าอยู่ครับ หากทนายความนั้นเป็นคนที่ขาดคุณธรรมก็จะทำให้สังคมนั้นเลวร้ายขึ้น ฉะนั้นแล้วผู้ที่เป็นทนายความควรเป็นคนดี ร่วมมือกันคอยสอดส่องดูแลกำจัดคนที่ไม่ดีให้ลดลงหมดไปจากสังคมครับ

นายเกียรติศักดิ์ ชัยโชติภูมินนท์ ผู้สอบผ่านทนายความ รุ่นที่ 61