<style type="text/css">

div#float_menu {
  background-color: #COC;
  position: fixed;
  top:0px;
  left:10px;
}
.len_search {
  background-color: #COC;
  position: fixed;
  top:99px;
  right:215px;
}
.isubmit_bt {
	width: 30px;
	height: 50px;
	background-color:transparent;
	position: relative;
}
.isubmit_bt:hover {
  border: transparent;
  background-color: transparent;
}

.isubmit_bt.active {
  border: transparent;
  background-color: transparent;
}
</style>
<div id="float_menu">
	<a href="https://www.keybookme.com/index.php" title="หน้าแรก keybookme">
	<img src="https://www.keybookme.com/law/wp-content/plugins/get-criminal-data/images/float_keybookme.png" alt="หน้าแรก keybookme" longdesc="https://www.keybookme.com/law/wp-content/plugins/get-criminal-data/images/float_keybookme.png" />
	</a>
	
	<a href="https://www.keybookme.com/thethaibar/" title="คลังข้อสอบเก่า เนติบัณฑิต">
	<img src="https://www.keybookme.com/law/wp-content/plugins/get-criminal-data/images/float_exam.png" alt="คลังข้อสอบเก่า เนติบัณฑิต" longdesc="https://www.keybookme.com/law/wp-content/plugins/get-criminal-data/images/float_exam.png" />
	</a> 
	<a href="https://www.keybookme.com/criminal-law/" title="ประมวลกฎหมายอาญา">
	<img src="https://www.keybookme.com/law/wp-content/plugins/get-criminal-data/images/float_criminal.png" alt="ประมวลกฎหมายอาญา"  longdesc="https://www.keybookme.com/law/wp-content/plugins/get-criminal-data/images/float_criminal.png" />
	</a>
	<a href="https://www.keybookme.com/law/quiz/law-license/" title="ติวสอบใบอนุญาตให้เป็นทนายความ">
	<img src="https://www.keybookme.com/law/wp-content/plugins/get-criminal-data/images/float_lawyer_train.png" alt="ติวสอบใบอนุญาตให้เป็นทนายความ" longdesc="https://www.keybookme.com/law/wp-content/plugins/get-criminal-data/images/float_lawyer_train.png" />
	</a>
</div><!--	
    
	<link href="https://www.keybookme.com/css/bootstrap.min.css" rel="stylesheet">
	<script src="https://www.keybookme.com/js/jquery.min.js"></script>
	<script src="https://www.keybookme.com/js/bootstrap.min.js"></script>
	
-->
<style type="text/css">



div#m_block {
	position: fixed;
    display:block;
	border-radius: 10px;
    margin-left:10px;
	margin-right:10px;
	border:1px solid #CCCCCC;  
    background-color: #FFFFFF;

}

div#criminal_search {
  background-color: #COC;
  position: fixed;
  top:60px;
  left: 3px;
  z-index: 50;
}

.bt1 {
  top: 1px;
  left: 1px;
  position: fixed;
}

.bt2 {
  top: 1px;
  right: 1px;
  position: relative;
}

.btn {
  background-color:#009900;
}

</style>

	    <!--<div align="center">-->
		      <!--<div id="m_block">-->
				  <div id="criminal_search">
				  	<form action="https://www.keybookme.com/criminal-law/search_result.php" method="post">
	                    <input type="hidden" id="id_matra" name="id_matra" value="0">
		                  
		                           <!--<div class="bt1">-->
								         <input style="border-top-left-radius: 10px; border-bottom-left-radius: 10px;" type="text" size="22" id="wrds" name="wrds" placeholder="คำค้นหา เช่น ยักยอก ฉ้อโกง ...">	
								   <!--</div>-->	
								   <!--<div class="bt2">-->                               
		                                 <button class="btn" style="border-top-right-radius: 10px; border-bottom-right-radius: 10px;" size="10" type="submit">ตกลง</button>
								   <!--</div>-->                             
						   
	                 </form>
				 </div>
	   <!--</div>-->
	   <p>&nbsp;</p>
<!--	   
							 <table style="width:50%; border-spacing: 0px;" border="0" >
                                 <tr>
		                              <th align="right"><input style="border-top-left-radius: 10px; border-bottom-left-radius: 10px;" type="text" size="20" id="wrds" name="wrds" placeholder="คำค้นหา เช่น ยักยอก ฉ้อโกง ..."></th>		                               
		                              <th align="left">  <button class="btn" style="border-top-right-radius: 10px; border-bottom-right-radius: 10px;" type="submit">ตกลง</button></th>		                               
                                 </tr>
                             </table>

	   
<!--
<table style="width:80%; background-color:#336699; border-spacing: 0px;" border="0" >
  <tr>
     <th><p align="left"><a href="https://www.keybookme.com/" style="text-decoration:none"><font face="TH Sarabun New" size="6" color="#FFFFFF">&nbsp;&nbsp;WWW.KEYBOOKME.COM</font></a></p></th>
	 <th><p align="right"><a href="https://www.keybookme.com/criminal-law/" style="text-decoration:none"><font face="TH Sarabun New" size="6" color="#FFFFFF">ประมวลกฎหมายอาญา&nbsp;&nbsp;</font></a></th>
  </tr>
</table>
-->		   <table style="width:100%">
		     <tr>
			     <th><p align="left"><font face="TH Sarabun New" size="5" color="#FF0000">ภาค ๑ บทบัญญัติทั่วไป</font></p></th>
				 <th><p  align="right"><font face="TH Sarabun New" size="5"  color="#0000CC"">ลักษณะ ๑ บทบัญญัติที่ใช้แก่ความผิดทั่วไป</font></p></th>
			</tr>
			<tr>
			     <th><p align="left"><font face="TH Sarabun New" size="5" color="#FF0000">มาตรา ๖๘ </font></p></th>
				 <th><p  align="right"><font face="TH Sarabun New" size="5"  color="#0000CC"">หมวด ๔ ความรับผิดในทางอาญา  </font></p></th>
			</tr>
		  </table>	  
	  

<p align="center"><p align="center"><a href="https://www.keybookme.com/criminal-law/criminal-law-part-1-type-1-1-101" style="text-decoration:none">
<font face="IrisUPC" size="5"  color="#0066CC" ><b>ลักษณะ ๑ บทบัญญัติที่ใช้แก่ความผิดทั่วไป</b></font></a>
</p>

<p align="center"><a href="https://www.keybookme.com/criminal-law/criminal-law-part-1-type-1-category-4-criminal-penalty-59-79" style="text-decoration:none">
<font face="IrisUPC" size="5"  color="#0066CC" ><b>หมวด ๔ ความรับผิดในทางอาญา</b></font></a>
</p>

<p align="center"><a href="https://www.keybookme.com/criminal-law/" style="text-decoration:none">
<font face="IrisUPC" size="5"  color="#0066CC" ><b> </b></font></a>
</p>


								  <p>&nbsp;</p>
								  <p>
                                  &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<a href="https://www.keybookme.com/criminal-law/search_criminal_law_get?matra=68" style="text-decoration:none">
								  <font face="IrisUPC" size="5" color="#CC0000" ><b>มาตรา ๖๘</b></font></a>
                                  &nbsp;<font face="TH Sarabun New" size="5">ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตน หรือของผู้อื่นให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด</font>
                                  </p>
                                  <br><br><b>คำพิพากษาศาลฎีกา ประกอบ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68</b><br><br><br><b>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4686/2545</b><br><br>ก่อนเกิดเหตุผู้ตายกับครอบครัวจำเลยมีเรื่องทะเลาะกันอย่างรุนแรง ต่อมาผู้ตายได้มาโต้เถียงกับจำเลยเป็นเวลานาน จำเลยย่อมจะมีความโกรธเคืองผู้ตายเป็นอย่างมากถึงกับมีการท้าทายให้ไปตกลงกันที่ฟากคลองฝั่งตรงกันข้าม และจำเลยได้ถือมีดปลายแหลมขนาดใหญ่ออกเดินนำหน้าไปก่อนอันถือได้ว่าจำเลยได้สมัครใจเข้าวิวาทและต่อสู้กับผู้ตาย เป็นการเข้าสู้ภัยโดยไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้ แม้ผู้ตายถือจอบขนาดใหญ่เดินตามจำเลยและได้ทำร้ายจำเลยก่อนก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะที่จำเลยกับผู้ตายสมัครใจวิวาทกัน ดังนั้น จำเลยจึงไม่อาจที่จะอ้างสิทธิป้องกันได้ตามกฎหมาย และเมื่อจำเลยสมัครใจที่จะไปต่อสู้กับผู้ตายเอง จึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จึงไม่อาจอ้างเหตุบันดาลโทสะได้เช่นเดียวกัน<br><br>คำพิพากษาย่อยาว<br>โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2541 เวลากลางวันจำเลยได้พาอาวุธมีดปลายแหลมยาวประมาณ 24 นิ้ว ความกว้างของตัวมีดประมาณ 3 นิ้ว ติดตัวไปในเมืองหมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุสมควร และจำเลยได้ใช้มีดดังกล่าวเป็นอาวุธฟันนายสุนทร ชิวภักดี โดยเจตนาฆ่าที่บริเวณลำคอซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญหลายครั้งเป็นเหตุให้เส้นเลือดแดงดำและกล้ามเนื้อบริเวณลำคอของนายสุนทรขาด ทำให้สมองขาดเลือดและถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 288, 371<br>จำเลยให้การปฏิเสธ<br>ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 72, 371 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานฆ่าผู้อื่น โดยบันดาลโทสะ จำคุก 4 ปี ฐานพกอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุสมควร ปรับ 100 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30<br>จำเลยอุทธรณ์<br>ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น<br>จำเลยฎีกา<br>ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 72 จำคุก 4 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นการแก้บทกฎหมายที่ลงโทษโดยไม่ได้แก้โทษเป็นการแก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่งที่จำเลยฎีกาว่าไม่ได้ประสงค์ให้ผู้ตายถึงแก่ความตายหรืออีกนัยหนึ่งคือไม่มีเจตนาฆ่าผู้ตายและขอให้ศาลฎีกาลงโทษสถานเบากับรอการลงโทษนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ คดีคงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำเพื่อป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือเป็นการกระทำโดยเหตุบันดาลโทสะหรือไม่ ซึ่งในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าว ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้ว จากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 222 ซึ่งศาลอุทธรณ์รับฟังมาว่าบ้านพักของนางบุญศรีทองกรรณ แม่ยายของจำเลยกับบ้านพักของนายสุนทร ชิวภักดี ผู้ตายอยู่ติดกันมีเพียงรั้วกั้นอยู่เท่านั้น และผู้ตายกับนางบุญศรีมีเรื่องไม่ถูกกันโดยมักจะมีเรื่องทะเลาะดุด่ากันอยู่เนือง ๆ ในวันเกิดเหตุตั้งแต่เวลา 8 นาฬิกา นายบุญศรีกับจำเลยพร้อมญาติของจำเลยพากันไปซ่อมรั้วบ้านที่กันบริเวณบ้านของนางบุญศรีกับบ้านผู้ตายโดยนำแผ่นสังกะสีมาตีปะเข้ากับรั้วไม้เดิม ผู้ตายกลับมาจากภายนอกบ้านมาพบก็เกิดความไม่พอใจ ผู้ตายมีอาการมึนเมาสุรามาด้วยจึงได้เข้าไปต่อว่าและดุด่านางบุญศรี นอกจากนี้ผู้ตายยังได้ใช้มือเขย่ารั้วสังกะสีอย่างแรงจนรั้วจะพัง แม้นางบุญศรีจะได้ว่ากล่าวห้ามปราม แต่ผู้ตายก็ไม่ยอมเชื่อฟังจนนางบุญศรีขู่ว่าจะไปแจ้งความแก่เจ้าพนักงานตำรวจ ครั้นนางบุญศรีออกไปข้างนอกผู้ตายกลับมีปากเสียงโต้เถียงกับจำเลยแทน จำเลยกับผู้ตายโต้เถียงกันเป็นเวลานาน ในที่สุดก็เกิดการท้าทายกันขึ้นโดยให้ไปตกลงกันที่ฟากคลองแสนแสบฝั่งตรงกันข้ามด้านหน้าวัดพิชัยซึ่งต้องเดินข้ามสะพานไป จำเลยเดินถือมีดปลายแหลมขนาดใหญ่นำหน้าไป ส่วนผู้ตายถือจอบสำหรับดายหญ้าด้ามยาวประมาณ1.5 เมตร เดินตามไปห่างจำเลยประมาณ 1 เมตร ขณะคนทั้งสองเดินลงสะพานผู้ตายอยู่ในระดับที่สูงกว่าจำเลย ผู้ตายได้พูดขึ้นว่า "กูเอามึงก่อนนะ" พร้อมกับยกจอบขึ้นฟันจำเลยถูกที่ศรีษะบริเวณกกหูด้านซ้าย จำเลยซึ่งได้ยินคำพูดของผู้ตายได้ใช้มีดปลายแหลมที่ถืออยู่ฟันสวนไปทันทีถูกที่บริเวณลำคอของผู้ตาย คมมีดตัดเส้นเลือดดำและแดงที่ลำคอผู้ตายล้มลงและถึงแก่ความตายในอีก 2 วันต่อมา เห็นว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายกับครอบครัวจำเลยมีเรื่องทะเลาะกันอย่างรุนแรง ต่อมาผู้ตายก็ได้มาโต้เถียงกับจำเลยโดยตรงเป็นเวลานาน ซึ่งก็เป็นที่เข้าใจว่าจำเลยย่อมมีความโกรธเคืองผู้ตายเป็นอย่างมากถึงกับมีการท้าทายให้ไปตกลงกันที่ฟากคลองฝั่งตรงกันข้าม และจำเลยได้ถือมีดปลายแหลมขนาดใหญ่ออกเดินนำหน้าไปก่อนอันถือได้ว่า จำเลยได้สมัครใจเข้าวิวาทและต่อสู้กับผู้ตายเป็นการที่จำเลยเข้าสู้ภัยโดยที่ไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้ แม้ผู้ตายถือจอบขนาดใหญ่เดินตามจำเลยและได้ทำร้ายจำเลยก่อนก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่จำเลยกับผู้ตายสมัครใจวิวาทกัน ดังนั้น จำเลยจึงไม่อาจที่จะอ้างสิทธิป้องกันได้ตามกฎหมาย และเมื่อจำเลยสมัครใจที่จะไปต่อสู้กับผู้ตายเอง จึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมจึงไม่อาจอ้างเหตุบันดาลโทสะได้เช่นเดียวกัน ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"<br>พิพากษายืน<br><br>ผู้พิพากษา<br>วิบูลย์ มีอาสา<br>ศุภชัย ภู่งาม<br>วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์<br><br><br><br><b>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10497/2553</b><br><br><b>คำพิพากษาย่อสั้น</b><br>ผู้ตายเมาสุราก่อเหตุขึ้นก่อน โดยพูดจาทำนองหาเรื่องจำเลยเมื่อจำเลยเดินหนีไม่ตอบโต้ ผู้ตายยังเดินตามและใช้ไม้ตีจำเลยที่หลัง 1 ครั้ง แล้วผู้ตายจะใช้ไม่ตีจำเลยอีก นับเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงและไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ การที่จำเลยหันกลับมาชกผู้ตายซึ่งอยู่ในระยะประชิดเพื่อป้องกันตัวแม้จะเป็นการชกโดยแรงแต่ก็เป็นการชกเพียงครั้งเดียว และเมื่อจำเลยชกผู้ตายล้มลงจำเลยก็ไม่ได้ชกผู้ตายซ้ำอีก การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุและไม่เกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน ไม่เป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68<br><b>คำพิพากษาย่อยาว</b><br>โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92, 290 เพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย<br>จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ<br>ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 (ที่ถูก มาตรา 290 วรรคแรก) ประกอบมาตรา 69 ลงโทษจำคุก 3 ปี เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุก 4 ปี คำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน<br>จำเลยอุทธรณ์<br>ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์<br>โจทก์ฎีกา<br>ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยไม่ฎีกาโต้แย้งฟังยุติว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุดังฟ้อง ขณะนายสุชาติผู้ตายนั่งดื่มสุราอยู่ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวใกล้ที่เกิดเหตุ จำเลยเดินมาในร้านก๋วยเตี๋ยว นายอำพร ซึ่งนั่งอยู่ในร้านก๋วยเตี๋ยวใกล้กับผู้ตายถามจำเลยว่าไปไหนมา จำเลยบอกว่าพาพ่อไปหาหมอมา ผู้ตายหันหน้ามาทางจำเลยแล้วพูดว่าสงสัยใกล้ตายแล้ว ข้องใจหรือไง จำเลยพูดกับนายอำพรว่าไม่กินแล้วจากนั้นก็เดินออกจากร้านก๋วยเตี๋ยวไป ผู้ตายเดินตามจำเลยไปเมื่อใกล้จะทันผู้ตายหยิบท่อนไม้ที่พื้นถนน เป็นไม้ระแนงบาง ๆ ยาวประมาณ 1 ศอกตีที่หลังจำเลย 1 ครั้ง แล้วเงื้อไม้จะตีจำเลยอีก จำเลยหันกลับมาและชกบริเวณปากของผู้ตายทำให้ผู้ตายล้มลง ศีรษะกระแทกพื้นหมดสติไป จำเลยใช้เท้าเขี่ยผู้ตาย จากนั้น จำเลยขึ้นรถจักรยานยนต์รับจ้างหนีไป ต่อมาผู้ตายถึงแก่ความตายเนื่องจากเนื้อสมองช้ำ เลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุหรือเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันหรือไม่ เห็นว่า ผู้ตายเมาสุราก่อเหตุขึ้นก่อนโดยพูดจาทำนองหาเรื่องจำเลยเมื่อจำเลยเดินหนีไม่ตอบโต้ ผู้ตายยังเดินตามและใช้ไม้ตีจำเลยที่หลัง 1 ครั้ง แล้วผู้ตายจะใช้ไม้ตีจำเลยอีก นับเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงและไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ การที่จำเลยหันกลับมาชกผู้ตายซึ่งอยู่ในระยะประชิดเพื่อป้องกันตัวแม้จะเป็นการชกโดยแรงแต่ก็เป็นการชกเพียงครั้งเดียว และเมื่อจำเลยชกผู้ตายล้มลง จำเลยก็ไม่ได้ชกต่อยผู้ตายซ้ำอีก การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุและไม่เกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"<br>พิพากษายืน<br><br>ผู้พิพากษา<br>กรองเกียรติ คมสัน<br>เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์<br>โสภณ โรจน์อนนท์<br><br><br><b>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1597/2562</b><br><br> จำเลย ทำปืนลั่นขึ้นขณะที่กอดปล้ำกันกับผู้ตายโดยไม่มีเจตนาฆ่าผู้ตาย เป็นการกระทำโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นจำเลยจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์และจำเลยอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ เป็นการกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย อันเป็นเรื่องข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง แต่ข้อแตกต่างนั้น มิใช่ข้อสาระสำคัญ และทั้งจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยในข้อหาตามข้อเท็จจริงที่ได้ความได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง<br> การกระทำซึ่งจะเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 ต้องเป็นการกระทำโดยเจตนา จำเลยเอาอาวุธปืนออกมายิงขู่ผู้ตายในนัดแรก และเมื่อกอดปล้ำกัน กระสุนปืนลั่นถูกผู้ตาย 2 นัดโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย ไม่ใช่เป็นการกระทำโดยเจตนาจึงไม่ใช่เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68<br><br><br><b>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5299/2562</b><br><br>การที่ผู้เสียหายกับพวกขว้างปาขวดสุราและไม้เข้าไปยังบริเวณที่จำเลยและ ว. หลบซ่อนอยู่ โดยจำเลยและ ว. มิได้ก่อเหตุขึ้นก่อน ย่อมเป็นเหตุทำให้จำเลยสำคัญผิดว่าผู้เสียหายกับพวกซึ่งมีจำนวนมากกว่ามีเจตนาประทุษร้ายจำเลยและ ว. อันเป็นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง จำเลยจึงมีสิทธิกระทำการป้องกันเพื่อให้พ้นจากภยันตรายดังกล่าว แต่ไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายกับพวกมีอาวุธร้ายแรงอื่นใดอีก การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายกับพวกย่อมไม่ได้สัดส่วนกับการป้องกันตัวของจำเลย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุโดยสำคัญผิด เมื่อกระสุนปืนที่จำเลยยิงถูกผู้เสียหายเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายสาหัส จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นอันเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุโดยสำคัญผิด<br><br><br><b>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4083/2562</b><br><br> การป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายตามความใน ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 ต้องเป็นภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง หากภยันตรายยังไม่ใกล้จะถึงเสียแล้วย่อมไม่อาจกระทำการเพื่อป้องกันได้ <br> เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังว่า ว. เพียงเอาอาวุธปืนชูขึ้นเหนือศีรษะและยิงขึ้นฟ้า 1 นัด ซึ่งเห็นชัดเจนว่าเป็นการข่มขู่จำเลยกับพวกเท่านั้น การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงไปยังรถกระบะที่ ว. นั่งอยู่ทันที โดยไม่ปรากฏว่า ว. กระทำการอื่นใดในลักษณะจะทำร้ายพวกจำเลย จึงยังถือไม่ได้ว่าภยันตรายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงเกิดขึ้น อันจะเป็นเหตุให้จำเลยอ้างเหตุป้องกันได้<br><br><br><b>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1756/2564</b><br><br>(พนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาส โจทก์ นายรูสลี ดาโอ๊ะ จำเลย)<br>  <br>  จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามผู้ตายไปถึงบ้านที่เกิดเหตุ สาเหตุมาจากที่ผู้ตายกับจำเลยเคยมีสาเหตุไม่พอใจกันมาก่อนจำเลยย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าการตามไปเช่นนี้ต้องมีเรื่องทะเลาะวิวาทอย่างใดอย่างหนึ่งกับผู้ตายแน่นอน เมื่อจำเลยมีอาวุธปืนติดตัวไปด้วยแสดงว่าจำเลยต้องการมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับผู้ตายไม่ใช่เพียงต้องการไปถามเรื่องที่ผู้ตายตะโกนใส่จำเลย การกระทำของจำเลยเป็นการสมัครใจทะเลาะวิวาทกับผู้ตาย แม้จำเลยอ้างว่าผู้ตายใช้มีดแรมโบ้จะฟันทำร้ายจำเลยก่อน ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 การที่จำเลยใช้อาวุธปืนที่พกติดตัวมายิงไปที่ผู้ตาย จึงหาอาจอ้างเหตุว่าเป็นการกระทำเพื่อป้องกันตัวเองได้ไม่ เมื่อจำเลยยิงไปที่ผู้ตายถึง 3 นัด กระสุนปืนถูกผู้ตายบริเวณศีรษะ แขนซ้าย หน้าอก และลำตัว อันเป็นการเลือกยิงไปที่อวัยวะส่วนสำคัญของร่างกาย เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย จึงเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามฟ้อง<br><br>
      <div class="main">
	  <p>&nbsp;</p>
          <p align="center"><font face="IrisUPC" size="5" color="#000099"><b>ข้อสอบเก่า เนติบัณฑิต</b></font></p>
          <p align="center">
		  <a href="https://www.keybookme.com/thethaibar/thethaibar-exam-period?period=57&course=1" style="text-decoration:none">
		  <font face="IrisUPC" size="5" color="#FF0000"><b>(อาญา สมัยที่ 57)</b></font>
		  </a>
		  </p>
 </div>
     
  
<p align="center">&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000080;"><strong>การสอบข้อเขียนความรู้ชั้นเนติบัณฑิต ภาคหนึ่ง สมัยที่ 57 ปีการศึกษา 2547 

     <br>

กฎหมายอาญา กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน <br>
กฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายปกครอง <br> </strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000080;"><strong>วันอาทิตย์ 3 ตุลาคม 2547</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>

						 			         								
	                <p><b>คำถาม</b></p>
					<p class="justify">
                    <br><font face="IrisUPC" size="5" color="#CC0000" ><b>ข้อ 3.</b></font>
				    &nbsp;<font face="TH Sarabun New" size="5" color="#0000FF" > นายอ้วนกับนายผอมเคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันมาก่อน วันเกิดเหตุนายอ้วนไปท้าทายนายผอมโดยพูดว่า "มึงออกมาต่อยกับกูตัวต่อตัวถ้าแน่จริง" นายผอมเดินออกจากบ้านไปพบนายอ้วนโดยพกอาวุธปืนสั้นไปด้วยนายอ้วนชักมีดออกมาเพื่อจัวงแทงนายผอม จึงถูกนายผอมใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงในระยะ 2 เมตร ถูกนายอ้วนที่หน้าอกจำนวน 3 นัด นายอ้วนได้รับอันตรายสาหัส
<br> ให้วินิจฉัยว่า นายผอมมีความผิดฐานใดหรือไม่ และนายผอมจะอ้างเหตุว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือกระทำโดยบันดาลโทสะได้หรือไม่</font>
				    </p>	
			  <br><p><b>ธงคำตอบ</b></p> 
			   <p class="card-text justify">
			     &nbsp;<font face="TH Sarabun New" size="5" color="#009900" > นายผอมใช้อาวุธปืนยิงในระยะ 2 เมตร ถูกนายอ้วนที่หน้าอก 3 นัด ถือว่ามีเจตนาฆ่านายอ้วน แต่นายอ้วนไม่ถึงแก่ความตาย<br>นายผอมจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบ มาตรา 80 การที่นายอ้วนไปพูดท้าทายและนายผอมออกไปพบนายอ้วนโดยพกอาวุธปืนสั้นไปด้วย แสดงว่านายผอมสมัครใจเข้าวิวาทและต่อสู้กับนายอ้วน เป็นการเข้าสู่ภัยโดยไม่มีกฎหมายให้อำนาจ แม้นายอ้วนชักมีดเพื่อจ้วงแทงก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการทะเลาะวิวาทกัน นายผอมไม่มีสิทธิใช้อาวุธปืนยิง<br>นายอ้วน โดยอ้างเหตุว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 การที่นายอ้วนพูดท้าทายให้นายผอมออกไปชกต่อยกันตัวต่อตัว ยังมิใช่เป็นการข่มเหงนายผอมอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมต่อนายผอม และแม้นายอ้วนชักมีดเพื่อจ้วงแทงก็เนื่องมาจากการที่นายผอมสมัครใจเข้าวิวาทต่อสู้กับนายอ้วน จึงไม่อาจอ้างว่าเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 (เทียบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3089/2541 และ 4686/2545)</font>
			    </p>
			 				   														
      <div class="main">
	  <p>&nbsp;</p>
          <p align="center"><font face="IrisUPC" size="5" color="#000099"><b>ข้อสอบเก่า เนติบัณฑิต</b></font></p>
          <p align="center">
		  <a href="https://www.keybookme.com/thethaibar/thethaibar-exam-period?period=61&course=1" style="text-decoration:none">
		  <font face="IrisUPC" size="5" color="#FF0000"><b>(อาญา สมัยที่ 61)</b></font>
		  </a>
		  </p>
 </div>
     
  
<p align="center">&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000080;"><strong>การสอบข้อเขียนความรู้ชั้นเนติบัณฑิต ภาคหนึ่ง สมัยที่ 61 ปีการศึกษา 2551 

     <br>

กฎหมายอาญา กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน <br>
กฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายปกครอง <br> </strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000080;"><strong>วันอาทิตย์ 22 กันยายน 2551</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>

						 			         								
	                <p><b>คำถาม</b></p>
					<p class="justify">
                    <br><font face="IrisUPC" size="5" color="#CC0000" ><b>ข้อ 2.</b></font>
				    &nbsp;<font face="TH Sarabun New" size="5" color="#0000FF" >นายเอกต้องการฆ่านายโทจึงเล็งปืนจ้องจะยิงนายโททางด้านหลัง นายตรีและนายจัตวาเห็นเหตุการณ์ จึงเข้าช่วยนายโทมิให้ถูกยิง โดยนายตรีใช้ปืนยิงนายเอก กระสุนถูกนายเอกบาดเจ็บ ส่วนนายจัตวาช่วยนายโท ด้วยการผลักนายโทล้มลงทําให้นายโทศีรษะแตก หลังจากนั้นนายจัตวาเข้าไปประคองนายโท นายโทเข้าใจผิดว่า นายจัตวาแกล้งผลักตนล้มลงจึงแสดงอาการโกรธ นายจัตวาเห็นนายโทโกรธจึงตกใจวิ่งหนี นายโทซึ่งยังโกรธอยู่ วิ่งไล่ติดตามไปทันทีและใช้ไม้ตีทําร้ายนายจัตวาเป็นเหตุให้นายจัตวาศีรษะแตก<br>ให้วินิจฉัยว่า นายตรี นายจัตวา และนายโทมีความรับผิดฐานใดหรือไม่<br></font>
				    </p>	
			  <br><p><b>ธงคำตอบ</b></p> 
			   <p class="card-text justify">
			     &nbsp;<font face="TH Sarabun New" size="5" color="#009900" >&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายตรี ใช้ปืนยิงนายเอกบาดเจ็บเพื่อช่วยนายโทมิให้ถูกนายเอกยิง นายตรีอ้างป้องกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 ได้ และเป็นการกระทําที่พอสมควรแก่เหตุ นายตรีจึงไม่มีความผิดฐานพยายามฆ่านายเอก ตามมาตรา 288 ประกอบกับมาตรา 80<br>
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจัตวา ผลักนายโทล้มลงเพื่อมิให้ถูกนายเอกยิง นายจัตวาจะอ้างป้องกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 ไม่ได้ เพราะมิได้กระทําต่อนายเอกผู้ก่อภัย แต่นายจัตวาอ้างว่าเป็นการกระทําโดยจําเป็นเพื่อให้ผู้อื่นพ้นภยันตรายตามมาตรา 67 (2) ได้ เมื่อเป็นการกระทําที่พอสมควรแก่เหตุ นายจัตวาจึงไม่ต้องรับโทษ ในความผิดฐานทําร้ายร่างกายนายโทตามมาตรา 295<br>
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโท ใช้ไม้ตีนายจัตวาศีรษะแตกในขณะที่นายโทโกรธโดยตีเมื่อนายจัตวาวิ่งหนีไปแล้ว จึงไม่เป็นการกระทําโดยป้องกันแต่เป็นการกระทําโดยบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 และสําคัญผิดในข้อเท็จจริงตามมาตรา 62 เพราะเข้าใจผิดไปว่านายจัตวาข่มเหงตนอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมโดยการแกล้งผลักตนล้มลง ศาลจึงอาจลงโทษนายโทน้อยกว่าที่กฎหมายกําหนดไว้สําหรับความผิดฐานทําร้ายร่างกาย นายจัตวาตามมาตรา 295 เพียงใดก็ได้</font>
			    </p>
			 				   														
      <div class="main">
	  <p>&nbsp;</p>
          <p align="center"><font face="IrisUPC" size="5" color="#000099"><b>ข้อสอบเก่า เนติบัณฑิต</b></font></p>
          <p align="center">
		  <a href="https://www.keybookme.com/thethaibar/thethaibar-exam-period?period=64&course=1" style="text-decoration:none">
		  <font face="IrisUPC" size="5" color="#FF0000"><b>(อาญา สมัยที่ 64)</b></font>
		  </a>
		  </p>
 </div>
     
  
<p align="center">&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000080;"><strong>การสอบข้อเขียนความรู้ชั้นเนติบัณฑิต ภาคหนึ่ง สมัยที่ 64 ปีการศึกษา 2554 

     <br>

กฎหมายอาญา กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน <br>
กฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายปกครอง <br> </strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000080;"><strong>วันอาทิตย์ 25 กันยายน 2554</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>

						 			         								
	                <p><b>คำถาม</b></p>
					<p class="justify">
                    <br><font face="IrisUPC" size="5" color="#CC0000" ><b>ข้อ 2.</b></font>
				    &nbsp;<font face="TH Sarabun New" size="5" color="#0000FF" > นายเสือเข้าไปลวนลามนางหญิงในบ้านของนางหญิงโดยกระทําต่อหน้านายสิงห์สามีของนางหญิง และต่อหน้านายกระทิงเพื่อนสนิทของนายสิงห์ เมื่อนายเสือเห็นว่านายสิงห์โกรธที่ตนกระทําเช่นนั้นจึงเดินหนีออกจากบ้านโดยได้ขโมยกําไลข้อมือของนางหญิงที่วางอยู่บนโต๊ะติดมือไปด้วย นายสิงห์และนายกระทิง จึงต่างติดตามนายเสือไปทันที เมื่อตามทันนายกระทิงใช้ไม้ตีมือนายเสือ เพื่อจะเอากําไลคืน นายเสือถูกตีบาดเจ็บจึงทิ้งกําไลลงที่พื้นและเดินหนีไป นายกระทิงหยิบกําไลนั้นได้แล้วนํากลับไปคืนให้นางหญิงทันที ส่วนนายสิงห์ซึ่งยังโกรธนายเสืออยู่ได้หยิบปืนขึ้นมายิงนายเสือที่เดินหนีหลายนัด นายเสือถูกยิงได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้กระสุนยังแฉลบไปถูกนายไก่ และแฉลบไปถูกนายเป็ดซึ่งยืนอยู่ข้างหลังนายไก่ด้วย ซึ่งขณะนั้นทั้งสองคนยืนอยู่ห่างออกไปจากนายเสือ ทําให้นายไก่และนายเป็ดได้รับบาดเจ็บ<br> ให้วินิจฉัยว่า นายกระทิงและนายสิงห์มีความผิดฐานใดหรือไม่<br></font>
				    </p>	
			  <br><p><b>ธงคำตอบ</b></p> 
			   <p class="card-text justify">
			     &nbsp;<font face="TH Sarabun New" size="5" color="#009900" > นายกระทิงไม่มีความผิดฐานทําร้ายร่างกายนายเสือ เพราะเป็นการกระทําโดยป้องกันสิทธิของผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 แม้ว่าขณะที่นายกระทิงทําร้ายร่างกายนายเสื้อ ความผิดฐานลักทรัพย์จะสําเร็จไปแล้ว แต่ภยันตรายแห่งการพาเอาทรัพย์นั้นไปยังคงมีอยู่ตลอดเวลาที่นายเสือกําลังพาทรัพย์หนีไป การที่นายกระทิงทําร้ายร่างกายนายเสือ เพื่อติดตามเอากําไลข้อมือนั้นคืนในทันทีทันใด จึงเป็นการกระทําโดยป้องกันพอสมควรแก่เหตุตามมาตรา 68 (เทียบคําพิพากษาฎีกาที่ 729/2541 และ 6490/2548)<br> นายสิงห์มีความผิดฐานพยายามฆ่านายเสือตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 โดยจะอ้างป้องกันตามมาตรา 68 ไม่ได้ เพราะขณะที่นายสิงห์ยิงนายเสือนั้น ภยันตรายที่เกิดจากการกระทําของนายเสือได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่นายสิงห์อ้างบันดาลโทสะตามมาตรา 72 ได้ เพราะถูกนายเสือข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมและได้กระทําความผิดต่อนายเสือในระยะเวลาต่อเนื่องกระชั้นชิดกับการข่มเหงนั้นเอง (เทียบคําพิพากษาฎีกาที่ 900/2553)<br> นายสิงห์มีความผิดฐานพยายามฆ่านายไก่และนายเป็ด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบ มาตรา 80 โดยเป็นเจตนาฆ่าโดยพลาด ตามมาตรา 60 แต่นายสิงห์อ้างบันดาลโทสะตามมาตรา 72 ในการกระทําความผิดต่อนายไก่และนายเป็ดได้เช่นกัน (เทียบคําพิพากษาฎีกาที่ 1682/2 509)<br></font>
			    </p>
			 				   														
      <div class="main">
	  <p>&nbsp;</p>
          <p align="center"><font face="IrisUPC" size="5" color="#000099"><b>ข้อสอบเก่า เนติบัณฑิต</b></font></p>
          <p align="center">
		  <a href="https://www.keybookme.com/thethaibar/thethaibar-exam-period?period=64&course=1" style="text-decoration:none">
		  <font face="IrisUPC" size="5" color="#FF0000"><b>(อาญา สมัยที่ 64)</b></font>
		  </a>
		  </p>
 </div>
     
  
<p align="center">&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000080;"><strong>การสอบข้อเขียนความรู้ชั้นเนติบัณฑิต ภาคหนึ่ง สมัยที่ 64 ปีการศึกษา 2554 

     <br>

กฎหมายอาญา กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน <br>
กฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายปกครอง <br> </strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000080;"><strong>วันอาทิตย์ 25 กันยายน 2554</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>

						 			         								
	                <p><b>คำถาม</b></p>
					<p class="justify">
                    <br><font face="IrisUPC" size="5" color="#CC0000" ><b>ข้อ 2.</b></font>
				    &nbsp;<font face="TH Sarabun New" size="5" color="#0000FF" > นายเสือเข้าไปลวนลามนางหญิงในบ้านของนางหญิงโดยกระทําต่อหน้านายสิงห์สามีของนางหญิง และต่อหน้านายกระทิงเพื่อนสนิทของนายสิงห์ เมื่อนายเสือเห็นว่านายสิงห์โกรธที่ตนกระทําเช่นนั้นจึงเดินหนีออกจากบ้านโดยได้ขโมยกําไลข้อมือของนางหญิงที่วางอยู่บนโต๊ะติดมือไปด้วย นายสิงห์และนายกระทิง จึงต่างติดตามนายเสือไปทันที เมื่อตามทันนายกระทิงใช้ไม้ตีมือนายเสือ เพื่อจะเอากําไลคืน นายเสือถูกตีบาดเจ็บจึงทิ้งกําไลลงที่พื้นและเดินหนีไป นายกระทิงหยิบกําไลนั้นได้แล้วนํากลับไปคืนให้นางหญิงทันที ส่วนนายสิงห์ซึ่งยังโกรธนายเสืออยู่ได้หยิบปืนขึ้นมายิงนายเสือที่เดินหนีหลายนัด นายเสือถูกยิงได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้กระสุนยังแฉลบไปถูกนายไก่ และแฉลบไปถูกนายเป็ดซึ่งยืนอยู่ข้างหลังนายไก่ด้วย ซึ่งขณะนั้นทั้งสองคนยืนอยู่ห่างออกไปจากนายเสือ ทําให้นายไก่และนายเป็ดได้รับบาดเจ็บ<br> ให้วินิจฉัยว่า นายกระทิงและนายสิงห์มีความผิดฐานใดหรือไม่<br></font>
				    </p>	
			  <br><p><b>ธงคำตอบ</b></p> 
			   <p class="card-text justify">
			     &nbsp;<font face="TH Sarabun New" size="5" color="#009900" > นายกระทิงไม่มีความผิดฐานทําร้ายร่างกายนายเสือ เพราะเป็นการกระทําโดยป้องกันสิทธิของผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 แม้ว่าขณะที่นายกระทิงทําร้ายร่างกายนายเสื้อ ความผิดฐานลักทรัพย์จะสําเร็จไปแล้ว แต่ภยันตรายแห่งการพาเอาทรัพย์นั้นไปยังคงมีอยู่ตลอดเวลาที่นายเสือกําลังพาทรัพย์หนีไป การที่นายกระทิงทําร้ายร่างกายนายเสือ เพื่อติดตามเอากําไลข้อมือนั้นคืนในทันทีทันใด จึงเป็นการกระทําโดยป้องกันพอสมควรแก่เหตุตามมาตรา 68 (เทียบคําพิพากษาฎีกาที่ 729/2541 และ 6490/2548)<br> นายสิงห์มีความผิดฐานพยายามฆ่านายเสือตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 โดยจะอ้างป้องกันตามมาตรา 68 ไม่ได้ เพราะขณะที่นายสิงห์ยิงนายเสือนั้น ภยันตรายที่เกิดจากการกระทําของนายเสือได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่นายสิงห์อ้างบันดาลโทสะตามมาตรา 72 ได้ เพราะถูกนายเสือข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมและได้กระทําความผิดต่อนายเสือในระยะเวลาต่อเนื่องกระชั้นชิดกับการข่มเหงนั้นเอง (เทียบคําพิพากษาฎีกาที่ 900/2553)<br> นายสิงห์มีความผิดฐานพยายามฆ่านายไก่และนายเป็ด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบ มาตรา 80 โดยเป็นเจตนาฆ่าโดยพลาด ตามมาตรา 60 แต่นายสิงห์อ้างบันดาลโทสะตามมาตรา 72 ในการกระทําความผิดต่อนายไก่และนายเป็ดได้เช่นกัน (เทียบคําพิพากษาฎีกาที่ 1682/2 509)<br></font>
			    </p>
			 				   														
      <div class="main">
	  <p>&nbsp;</p>
          <p align="center"><font face="IrisUPC" size="5" color="#000099"><b>ข้อสอบเก่า เนติบัณฑิต</b></font></p>
          <p align="center">
		  <a href="https://www.keybookme.com/thethaibar/thethaibar-exam-period?period=64&course=1" style="text-decoration:none">
		  <font face="IrisUPC" size="5" color="#FF0000"><b>(อาญา สมัยที่ 64)</b></font>
		  </a>
		  </p>
 </div>
     
  
<p align="center">&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000080;"><strong>การสอบข้อเขียนความรู้ชั้นเนติบัณฑิต ภาคหนึ่ง สมัยที่ 64 ปีการศึกษา 2554 

     <br>

กฎหมายอาญา กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน <br>
กฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายปกครอง <br> </strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000080;"><strong>วันอาทิตย์ 25 กันยายน 2554</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>

						 			         								
	                <p><b>คำถาม</b></p>
					<p class="justify">
                    <br><font face="IrisUPC" size="5" color="#CC0000" ><b>ข้อ 2.</b></font>
				    &nbsp;<font face="TH Sarabun New" size="5" color="#0000FF" > นายเสือเข้าไปลวนลามนางหญิงในบ้านของนางหญิงโดยกระทําต่อหน้านายสิงห์สามีของนางหญิง และต่อหน้านายกระทิงเพื่อนสนิทของนายสิงห์ เมื่อนายเสือเห็นว่านายสิงห์โกรธที่ตนกระทําเช่นนั้นจึงเดินหนีออกจากบ้านโดยได้ขโมยกําไลข้อมือของนางหญิงที่วางอยู่บนโต๊ะติดมือไปด้วย นายสิงห์และนายกระทิง จึงต่างติดตามนายเสือไปทันที เมื่อตามทันนายกระทิงใช้ไม้ตีมือนายเสือ เพื่อจะเอากําไลคืน นายเสือถูกตีบาดเจ็บจึงทิ้งกําไลลงที่พื้นและเดินหนีไป นายกระทิงหยิบกําไลนั้นได้แล้วนํากลับไปคืนให้นางหญิงทันที ส่วนนายสิงห์ซึ่งยังโกรธนายเสืออยู่ได้หยิบปืนขึ้นมายิงนายเสือที่เดินหนีหลายนัด นายเสือถูกยิงได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้กระสุนยังแฉลบไปถูกนายไก่ และแฉลบไปถูกนายเป็ดซึ่งยืนอยู่ข้างหลังนายไก่ด้วย ซึ่งขณะนั้นทั้งสองคนยืนอยู่ห่างออกไปจากนายเสือ ทําให้นายไก่และนายเป็ดได้รับบาดเจ็บ<br> ให้วินิจฉัยว่า นายกระทิงและนายสิงห์มีความผิดฐานใดหรือไม่<br></font>
				    </p>	
			  <br><p><b>ธงคำตอบ</b></p> 
			   <p class="card-text justify">
			     &nbsp;<font face="TH Sarabun New" size="5" color="#009900" > นายกระทิงไม่มีความผิดฐานทําร้ายร่างกายนายเสือ เพราะเป็นการกระทําโดยป้องกันสิทธิของผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 แม้ว่าขณะที่นายกระทิงทําร้ายร่างกายนายเสื้อ ความผิดฐานลักทรัพย์จะสําเร็จไปแล้ว แต่ภยันตรายแห่งการพาเอาทรัพย์นั้นไปยังคงมีอยู่ตลอดเวลาที่นายเสือกําลังพาทรัพย์หนีไป การที่นายกระทิงทําร้ายร่างกายนายเสือ เพื่อติดตามเอากําไลข้อมือนั้นคืนในทันทีทันใด จึงเป็นการกระทําโดยป้องกันพอสมควรแก่เหตุตามมาตรา 68 (เทียบคําพิพากษาฎีกาที่ 729/2541 และ 6490/2548)<br> นายสิงห์มีความผิดฐานพยายามฆ่านายเสือตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 โดยจะอ้างป้องกันตามมาตรา 68 ไม่ได้ เพราะขณะที่นายสิงห์ยิงนายเสือนั้น ภยันตรายที่เกิดจากการกระทําของนายเสือได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่นายสิงห์อ้างบันดาลโทสะตามมาตรา 72 ได้ เพราะถูกนายเสือข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมและได้กระทําความผิดต่อนายเสือในระยะเวลาต่อเนื่องกระชั้นชิดกับการข่มเหงนั้นเอง (เทียบคําพิพากษาฎีกาที่ 900/2553)<br> นายสิงห์มีความผิดฐานพยายามฆ่านายไก่และนายเป็ด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบ มาตรา 80 โดยเป็นเจตนาฆ่าโดยพลาด ตามมาตรา 60 แต่นายสิงห์อ้างบันดาลโทสะตามมาตรา 72 ในการกระทําความผิดต่อนายไก่และนายเป็ดได้เช่นกัน (เทียบคําพิพากษาฎีกาที่ 1682/2 509)<br></font>
			    </p>
			 				   														{"id":472,"date":"2017-02-14T14:54:28","date_gmt":"2017-02-14T07:54:28","guid":{"rendered":"http:\/\/www.keybookme.com\/law\/?p=472"},"modified":"2022-05-11T11:33:05","modified_gmt":"2022-05-11T04:33:05","slug":"criminal-68","status":"publish","type":"post","link":"https:\/\/www.keybookme.com\/law\/criminal-68\/","title":{"rendered":"\u0e1b\u0e23\u0e30\u0e21\u0e27\u0e25\u0e01\u0e0e\u0e2b\u0e21\u0e32\u0e22\u0e2d\u0e32\u0e0d\u0e32 \u0e21\u0e32\u0e15\u0e23\u0e32 68 \u0e1b\u0e49\u0e2d\u0e07\u0e01\u0e31\u0e19\u0e42\u0e14\u0e22\u0e0a\u0e2d\u0e1a\u0e14\u0e49\u0e27\u0e22\u0e01\u0e0e\u0e2b\u0e21\u0e32\u0e22"},"content":{"rendered":"<p><strong>&#3611;&#3619;&#3632;&#3617;&#3623;&#3621;&#3585;&#3598;&#3627;&#3617;&#3634;&#3618;&#3629;&#3634;&#3597;&#3634; &#3617;&#3634;&#3605;&#3619;&#3634; 68 <\/strong><\/p>\n<p>&#3612;&#3641;&#3657;&#3651;&#3604;&#3592;&#3635;&#3605;&#3657;&#3629;&#3591;&#3585;&#3619;&#3632;&#3607;&#3635;&#3585;&#3634;&#3619;&#3651;&#3604;&#3648;&#3614;&#3639;&#3656;&#3629;&#3611;&#3657;&#3629;&#3591;&#3585;&#3633;&#3609;&#3626;&#3636;&#3607;&#3608;&#3636;&#3586;&#3629;&#3591;&#3605;&#3609; &#3627;&#3619;&#3639;&#3629;&#3586;&#3629;&#3591;&#3612;&#3641;&#3657;&#3629;&#3639;&#3656;&#3609; &#3651;&#3627;&#3657;&#3614;&#3657;&#3609;&#3592;&#3634;&#3585;&#3616;&#3618;&#3633;&#3609;&#3605;&#3619;&#3634;&#3618;&#3595;&#3638;&#3656;&#3591;&#3648;&#3585;&#3636;&#3604;&#3592;&#3634;&#3585;&#3585;&#3634;&#3619;&#3611;&#3619;&#3632;&#3607;&#3640;&#3625;&#3619;&#3657;&#3634;&#3618;&#3629;&#3633;&#3609;&#3621;&#3632;&#3648;&#3617;&#3636;&#3604;&#3605;&#3656;&#3629;&#3585;&#3598;&#3627;&#3617;&#3634;&#3618; &#3649;&#3621;&#3632;&#3648;&#3611;&#3655;&#3609;&#3616;&#3618;&#3633;&#3609;&#3605;&#3619;&#3634;&#3618;&#3607;&#3637;&#3656;&#3651;&#3585;&#3621;&#3657;&#3592;&#3632;&#3606;&#3638;&#3591; &#3606;&#3657;&#3634;&#3652;&#3604;&#3657;&#3585;&#3619;&#3632;&#3607;&#3635;&#3614;&#3629;&#3626;&#3617;&#3588;&#3623;&#3619;&#3649;&#3585;&#3656;&#3648;&#3627;&#3605;&#3640; &#3585;&#3634;&#3619;&#3585;&#3619;&#3632;&#3607;&#3635;&#3609;&#3633;&#3657;&#3609;&#3648;&#3611;&#3655;&#3609;&#3585;&#3634;&#3619;&#3611;&#3657;&#3629;&#3591;&#3585;&#3633;&#3609;&#3650;&#3604;&#3618;&#3594;&#3629;&#3610;&#3604;&#3657;&#3623;&#3618;&#3585;&#3598;&#3627;&#3617;&#3634;&#3618; &#3612;&#3641;&#3657;&#3609;&#3633;&#3657;&#3609;&#3652;&#3617;&#3656;&#3617;&#3637;&#3588;&#3623;&#3634;&#3617;&#3612;&#3636;&#3604;<\/p>\n<figure id=\"attachment_473\" aria-describedby=\"caption-attachment-473\" style=\"width: 1176px\" class=\"wp-caption alignnone\"><img fetchpriority=\"high\" decoding=\"async\" class=\"size-full wp-image-473\" src=\"http:\/\/www.keybookme.com\/law\/wp-content\/uploads\/2017\/02\/%E0%B8%9B-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%B2-%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2-68.png\" alt=\"&#3611;-&#3629;&#3634;&#3597;&#3634;-&#3617;&#3634;&#3605;&#3619;&#3634;-68\" width=\"1176\" height=\"736\" srcset=\"https:\/\/www.keybookme.com\/law\/wp-content\/uploads\/2017\/02\/&#3611;-&#3629;&#3634;&#3597;&#3634;-&#3617;&#3634;&#3605;&#3619;&#3634;-68.png 1176w, https:\/\/www.keybookme.com\/law\/wp-content\/uploads\/2017\/02\/&#3611;-&#3629;&#3634;&#3597;&#3634;-&#3617;&#3634;&#3605;&#3619;&#3634;-68-300x188.png 300w, https:\/\/www.keybookme.com\/law\/wp-content\/uploads\/2017\/02\/&#3611;-&#3629;&#3634;&#3597;&#3634;-&#3617;&#3634;&#3605;&#3619;&#3634;-68-768x481.png 768w, https:\/\/www.keybookme.com\/law\/wp-content\/uploads\/2017\/02\/&#3611;-&#3629;&#3634;&#3597;&#3634;-&#3617;&#3634;&#3605;&#3619;&#3634;-68-1024x641.png 1024w\" sizes=\"(max-width: 1176px) 100vw, 1176px\"\/><figcaption id=\"caption-attachment-473\" class=\"wp-caption-text\"><strong>&#3611;&#3619;&#3632;&#3617;&#3623;&#3621;&#3585;&#3598;&#3627;&#3617;&#3634;&#3618;&#3629;&#3634;&#3597;&#3634; &#3617;&#3634;&#3605;&#3619;&#3634; 68<\/strong> &#3612;&#3641;&#3657;&#3651;&#3604;&#3592;&#3635;&#3605;&#3657;&#3629;&#3591;&#3585;&#3619;&#3632;&#3607;&#3635;&#3585;&#3634;&#3619;&#3651;&#3604;&#3648;&#3614;&#3639;&#3656;&#3629;&#3611;&#3657;&#3629;&#3591;&#3585;&#3633;&#3609;&#3626;&#3636;&#3607;&#3608;&#3636;&#3586;&#3629;&#3591;&#3605;&#3609; &#3627;&#3619;&#3639;&#3629;&#3586;&#3629;&#3591;&#3612;&#3641;&#3657;&#3629;&#3639;&#3656;&#3609; &#3651;&#3627;&#3657;&#3614;&#3657;&#3609;&#3592;&#3634;&#3585;&#3616;&#3618;&#3633;&#3609;&#3605;&#3619;&#3634;&#3618;&#3595;&#3638;&#3656;&#3591;&#3648;&#3585;&#3636;&#3604;&#3592;&#3634;&#3585;&#3585;&#3634;&#3619;&#3611;&#3619;&#3632;&#3607;&#3640;&#3625;&#3619;&#3657;&#3634;&#3618;&#3629;&#3633;&#3609;&#3621;&#3632;&#3648;&#3617;&#3636;&#3604;&#3605;&#3656;&#3629;&#3585;&#3598;&#3627;&#3617;&#3634;&#3618; &#3649;&#3621;&#3632;&#3648;&#3611;&#3655;&#3609;&#3616;&#3618;&#3633;&#3609;&#3605;&#3619;&#3634;&#3618;&#3607;&#3637;&#3656;&#3651;&#3585;&#3621;&#3657;&#3592;&#3632;&#3606;&#3638;&#3591; &#3606;&#3657;&#3634;&#3652;&#3604;&#3657;&#3585;&#3619;&#3632;&#3607;&#3635;&#3614;&#3629;&#3626;&#3617;&#3588;&#3623;&#3619;&#3649;&#3585;&#3656;&#3648;&#3627;&#3605;&#3640; &#3585;&#3634;&#3619;&#3585;&#3619;&#3632;&#3607;&#3635;&#3609;&#3633;&#3657;&#3609;&#3648;&#3611;&#3655;&#3609;&#3585;&#3634;&#3619;&#3611;&#3657;&#3629;&#3591;&#3585;&#3633;&#3609;&#3650;&#3604;&#3618;&#3594;&#3629;&#3610;&#3604;&#3657;&#3623;&#3618;&#3585;&#3598;&#3627;&#3617;&#3634;&#3618; &#3612;&#3641;&#3657;&#3609;&#3633;&#3657;&#3609;&#3652;&#3617;&#3656;&#3617;&#3637;&#3588;&#3623;&#3634;&#3617;&#3612;&#3636;&#3604;<\/figcaption><\/figure>\n\n<p><strong><a href=\"https:\/\/www.keybookme.com\/law\/penal-code\/\">&#3626;&#3634;&#3619;&#3610;&#3633;&#3597; &#3611;&#3619;&#3632;&#3617;&#3623;&#3621;&#3585;&#3598;&#3627;&#3617;&#3634;&#3618;&#3629;&#3634;&#3597;&#3634;<\/a><\/strong><\/p>\n","protected":false},"excerpt":{"rendered":"<p>&#3612;&#3641;&#3657;&#3651;&#3604;&#3592;&#3635;&#3605;&#3657;&#3629;&#3591;&#3585;&#3619;&#3632;&#3607;&#3635;&#3585;&#3634;&#3619;&#3651;&#3604;&#3648;&#3614;&#3639;&#3656;&#3629;&#3611;&#3657;&#3629;&#3591;&#3585;&#3633;&#3609;&#3626;&#3636;&#3607;&#3608;&#3636;&#3586;&#3629;&#3591;&#3605;&#3609; &#3627;&#3619;&#3639;&#3629;&#3586;&#3629;&#3591;&#3612;&#3641;&#3657;&#3629;&#3639;&#3656;&#3609; &#3651;&#3627;&#3657;&#3614;&#3657;&#3609;&#3592;&#3634;&#3585;&#3616;&#3618;&#3633;&#3609;&#3605;&#3619;&#3634;&#3618;&#3595;&#3638;&#3656;&#3591;&#3648;&#3585;&#3636;&#3604;&#3592;&#3634;&#3585;&#3585;&#3634;&#3619;&#3611;&#3619;&#3632;&#3607;&#3640;&#3625;&#3619;&#3657;&#3634;&#3618;&#3629;&#3633;&#3609;&#3621;&#3632;&#3648;&#3617;&#3636;&#3604;&#3605;&#3656;&#3629;&#3585;&#3598;&#3627;&#3617;&#3634;&#3618; &#3649;&#3621;&#3632;&#3648;&#3611;&#3655;&#3609;&#3616;&#3618;&#3633;&#3609;&#3605;&#3619;&#3634;&#3618;&#3607;&#3637;&#3656;&#3651;&#3585;&#3621;&#3657;&#3592;&#3632;&#3606;&#3638;&#3591; &#3606;&#3657;&#3634;&#3652;&#3604;&#3657;&#3585;&#3619;&#3632;&#3607;&#3635;&#3614;&#3629;&#3626;&#3617;&#3588;&#3623;&#3619;&#3649;&#3585;&#3656;&#3648;&#3627;&#3605;&#3640; &#3585;&#3634;&#3619;&#3585;&#3619;&#3632;&#3607;&#3635;&#3609;&#3633;&#3657;&#3609;&#3648;&#3611;&#3655;&#3609;&#3585;&#3634;&#3619;&#3611;&#3657;&#3629;&#3591;&#3585;&#3633;&#3609;&#3650;&#3604;&#3618;&#3594;&#3629;&#3610;&#3604;&#3657;&#3623;&#3618;&#3585;&#3598;&#3627;&#3617;&#3634;&#3618; &#3612;&#3641;&#3657;&#3609;&#3633;&#3657;&#3609;&#3652;&#3617;&#3656;&#3617;&#3637;&#3588;&#3623;&#3634;&#3617;&#3612;&#3636;&#3604;<\/p>\n","protected":false},"author":1,"featured_media":473,"comment_status":"open","ping_status":"open","sticky":false,"template":"","format":"standard","meta":{"ngg_post_thumbnail":0,"footnotes":""},"categories":[1255,436,439,3,343],"tags":[254,1517,264,22,327,135,333,138,248,423,249,250,251,1229,252,1230,253],"aioseo_notices":[],"amp_enabled":true,"_links":{"self":[{"href":"https:\/\/www.keybookme.com\/law\/wp-json\/wp\/v2\/posts\/472"}],"collection":[{"href":"https:\/\/www.keybookme.com\/law\/wp-json\/wp\/v2\/posts"}],"about":[{"href":"https:\/\/www.keybookme.com\/law\/wp-json\/wp\/v2\/types\/post"}],"author":[{"embeddable":true,"href":"https:\/\/www.keybookme.com\/law\/wp-json\/wp\/v2\/users\/1"}],"replies":[{"embeddable":true,"href":"https:\/\/www.keybookme.com\/law\/wp-json\/wp\/v2\/comments?post=472"}],"version-history":[{"count":5,"href":"https:\/\/www.keybookme.com\/law\/wp-json\/wp\/v2\/posts\/472\/revisions"}],"predecessor-version":[{"id":6255,"href":"https:\/\/www.keybookme.com\/law\/wp-json\/wp\/v2\/posts\/472\/revisions\/6255"}],"wp:featuredmedia":[{"embeddable":true,"href":"https:\/\/www.keybookme.com\/law\/wp-json\/wp\/v2\/media\/473"}],"wp:attachment":[{"href":"https:\/\/www.keybookme.com\/law\/wp-json\/wp\/v2\/media?parent=472"}],"wp:term":[{"taxonomy":"category","embeddable":true,"href":"https:\/\/www.keybookme.com\/law\/wp-json\/wp\/v2\/categories?post=472"},{"taxonomy":"post_tag","embeddable":true,"href":"https:\/\/www.keybookme.com\/law\/wp-json\/wp\/v2\/tags?post=472"}],"curies":[{"name":"wp","href":"https:\/\/api.w.org\/{rel}","templated":true}]}}